iake

I doubt, therefore I think, therefore I blog

วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Goodbye, Scriptish and Greasemonkey

ปกติใช้ Scriptish สำหรับจัดการฟอนต์บนหน้าเว็บต่าง ๆ (ใช้ GM_addStyle() มันอยู่แค่อันเดียว) อย่างเช่น Facebook, Google+ ฟอนต์มันเล็ก ดูไม่สบายตา หรือบางเว็บใช้ฟอนต์ไม่สวย ก็ใช้ Scriptish ช่วยทำให้มันดูดีขึ้น ตามที่เราต้องการ (ที่ผมเขียนเผยแพร่ไว้ Gist: 1087502 1087523)

แต่ไปเจอบน MDN ว่า Firefox มันมีความสามารถแบบนั้นอยู่ด้วย โดยใช้ @-moz-document ว่าจะสไตล์สำหรับเว็บไหน บนไฟล์ userContent.css ในโฟลเดอร์ chrome ของโปรไฟล์

ตัวอย่าง

@-moz-document domain(facebook.com)
{
    body,span[class='messageBody'],
    span[data-jsid='text'],
    span[class='UIStory_Message'],
    div[class='photocaption_text'],
    div[class*='mbl'] * {
        font:16px/1.8 'Droid Sans', sans-serif !important
    }
}

@-moz-document domain(twitter.com)
{
    div[class='stream-container'] * {font-size:16px !important}
}

@-moz-document url-prefix(https://plus.google.com/)
{
    div[id='contentPane'] * {font-size:16px !important}
}

@-moz-document domain(blognone.com)
{ 
    * {font-size:16px !important}
}

@-moz-document domain(pantip.com)
{
    body {font-family:Umpush, sans-serif !important}
}

แบบนี้ก็ได้เวลาบอกลา extensions อย่าง Scriptish เสียที ไม่ต้องมาแย่งใช้ memory อีกต่อไป ไชโย ๆ

ป.ล. Google Chrome ไม่มีแบบนี้อ่าเด้. ;)

วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

2011 Shell history

เทียบสถิติเก่าบ้าง ผ่านไปปีครึ่ง (อีกคน, ของ @llun)

$ history | awk '{CMD[$2]++;count++;}END { for (a in CMD)print CMD[a] " " CMD[a]/count*100 "% " a;}' | grep -v "./" | column -c3 -s " " -t | sort -nr | nl |  head -n10
     1    293    29.3%    hg
     2    178    17.8%    cd
     3    169    16.9%    sudo
     4    122    12.2%    git
     5    57     5.7%     ls
     6    23     2.3%     python
     7    18     1.8%     sed
     8    17     1.7%     grep
     9    17     1.7%     exit
    10    10     1%       sh

svn is dead — hg & git is the way to go.

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ถอดเทป “คำ ผกา” วิเคราะห์ “สลิ่ม” ในสังคมไทย

แขกจะชี้ให้เห็นว่ามันคือ ต้นกำเนิดของสลิ่มสองจำพวกในสังคมไทย

สลิ่มไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปีที่ผ่านมา การก่อรูปของสลิ่มได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ทศวรรษที่ ๗๐ คือ ๒๕๑๖ ๒๕๑๙ เป็นต้นมาแล้ว

สลิ่มจำพวกแรก แขกอยากจะเรียกว่าเป็น สลิ่มไร้อุดมการณ์ หรือปัจจุบันนี้ก็คือสลิ่มพันธมิตร สลิ่มเสื้อเหลืองทั้งหลาย

ที่มาของสลิ่มจำพวกนี้ หรือต้นตอทางประวัติศาสตร์ (ให้เกียรติมากเลยนะคะ คือบอกว่ามีประวัติศาสตร์) สลิ่มจำพวกนี้คือชนชั้นกลางที่ถูกดึงให้เป็นพันธมิตรกับอุดมการณ์ขวาจัด ที่ต้องการขจัดขบวนการชาวนา กรรมกร และนักศึกษา สลิ่มรุ่นแรก ถูกทำ ถูกสอนให้หวาดกลัวการนัดหยุดงานของกรรมกร ถูกสอนให้เบื่อหน่ายการประท้วงของนักศึกษา ถูกสอนให้กลัวคอมมิวนิสต์ และหวาดกลัวความเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคน

เช่นบอกว่าถ้าเราปล่อยให้ประเทศไทยกลายเป็นคอมมิวนิสต์ พระสงฆ์จะถูกฆ่า เราจะกลายเป็นประเทศที่ไม่มีศาสนา ไม่มีพระมหากษัตริย์ ทรัพย์สินที่ดินจะถูกยึดเป็นของรัฐทั้งหมด อย่างนี้เป็นต้น

จากนั้นขบวนการขวาจัดของไทย ก็ได้ปลุกเร้าอุดมการณ์ชาตินิยม แล้วก็ปลุกเร้าอัตลักษณ์ของชาติ อย่างที่เรารู้จักและคุ้นเคยกันในปัจจุบัน นั่นคือสร้างโครงเรื่องทางประวัติศาสตร์ไทยขึ้นมาชุดหนึ่ง ที่เล่าเรื่องการกำเนิดและการอยู่รอดของชาติไทยภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ดินแดนไทยคือสิ่งที่บรรพบุรุษของไทยแต่โบราณ กษัตริย์ของไทยแต่โบราณปกป้องรักษาเอาไว้ แล้วพวกเราซึ่งเป็นลูกหลานก็ต้องสำนึกในบุญคุณ ไม่ทรยศต่อชาติ

คีย์เวิร์ดสำคัญที่ใช้ในการปลุกเร้าอัตลักษณ์ของชาตินิยม แบบอนุรักษ์นิยม ก็จะมีคำว่า สิ่งชั่วร้าย, คอมมูนิสต์, อนาธิปัตย์, ไม่ใช่คนไทย, ทรยศต่อชาติ, การเป็นหนอนบ่อนใส้

เครื่องมือทางอุดมการณ์ที่ฝ่ายจารีตใช้ ก็คือใช้ทุกอย่าง ตั้งแต่ระบบการศึกษา, แบบเรียน, เพลงปลุกใจ, สารคดี, สื่อมวลชนทั้งหมด, หนังสือพิมพ์ เรามีโทรทัศน์ที่ไม่เป็นสถานนีโทรทัศน์ และไม่เคยมีสถานนีวิทยุที่ไม่เคยเป็นของเอกชนเลย จนกระทั่งมีสถานนีวิทยุชุมชนขึ้นมาสมัยของอดีตนายกทักษิณนี่เอง นอกนั้นเนี่ยสื่อมวลชนของไทยถูกครอบงำมาโดยตลอด

สมัครสมาชิก: บทความ (Atom)